| P à O's profile' - ' O d a o a t <<...PhotosBlogLists | Help |
|
' - ' O d a o a t <<< Present Perfect >>> P a OApril 08 << ปิดSpace จบกันซะที มัธยม ทั้งอดีตและปัจจุบัน >> >>------------------------------ <<
<<------------------------------ >>
-- ปิดเทอมแล้วคับ จบซะทีม.ปลาย เจอเรื่องร้ายๆมาหลายเรื่อง ตอนนี้ชีวิตผมก้อเหมือนตัดขาดจากโลกภายนอกไปเลย
เหมือนมาใช้ชีวิตอยู่ในป่าคนเดียว อิอิ วันนี้ว่างๆก้อเลย มานั่งอัพสเปซเลย ถือเปงการปิดสเปซไปในตัว แต่ผมไม่เอาสเปซ ออกนะ เพราะสักวัน ผมอาจจะต้องมาอัพมันอีกก้อได้ หรือจะเก็บไว้ให้เพื่อนๆผมได้อ่านกัน เมื่อเวลาผ่านไปนานๆแล้ว ตอนนี้ผมก้อ เล่นกีตาร์แกะเพลง เล่นคอม ตอนเย็นมาปุ๊บก้อเตะบอล ไปบึง แล้วก้อกลับบ้าน แค่นั้นแหละคับ เหมือนตัดขาด จากโลกภายนอกเลยเนาะ ช่างเหอะ วันนี้ว่างๆเลยปิดสเปซซะเลย -- อัพไปอัพมาก้อเลยคิดถีงอดีตเก่าๆคับ เอามาพิมลงซะเลย ใครอ่านแล้วก้อช่วยคอมเม้นด้วยนะคับผม <<----------------------->>
เวลาทั้งหมด 3 ปีที่ได้ร่ำเรียนมาและเจอเพื่อนๆ เวลาต่างๆที่เคยสนุกสนานสุดๆมันได้หมดลง
ไปแล้วคับ นี่มันถึงเวลาที่เราต้องไปไกลแล้ว...จริงๆเหรอ?! -- กลับไปนึกถึงตอนม.ต้น สำหรับผมถ้ากล่าวคร่าวๆ คงจะจำอะไรได้ไม่มากไปกว่า สวนป่าตรงโรงอาหารใหม่(ปัจจุบัน)
ที่ผมไปนั่งเล่นการ์ดยูกิบ่อยๆตอนแลงๆ ห้องเรียนชั่วคราวตรงศูนย์วิทยะฯ(ปัจจุบัน)ที่ใช้เรียนแนะแนว ในสมัยนั้นและการวิ่งเต้นเลือกวิชาเรียนสาระเพิ่มและวิชากิจกรรมตามสเต็ปของเด็กม.ต้น55+ สำหรับวิชาสาระเพิ่มของผมน่ะเหรอ? 55+ ผมเลือกวิชาเกษตรทั้ง3ปีเลย และวิชาที่ผมจำได้แม่นที่สุด ในตอนนั้นคือวิชาเย็บผ้าตอนม.1ซึ่งผมเกือบจะติด ร.มาแล้ว ทำไงมันก้อเย็บไม่ผ่านสักที ไปแก้กะอาจานนับครั้ง ไม่ถ้วน สุดท้ายผมก้อโยนถุงใส่เข็มและสิ่งของที่ใช้แก้เย็บผ้าทิ้งด้วยอารมณ์โกรธ ทำให้ผมติด คุณลักษณะเปง ครั้งแรกในชีวิตข้อ 1,3,5.มั้งถ้าจำไม่ผิด วิธีแก้คุณลักษณะในเวลานั้นง่ายมากเอากระดาษทรายมาขัดโต๊ะนร. วันเดียวก้อเสด(รู้งี้กุไม่เย็บหรอก ขัดโต๊ะเอาดีก่า)ซึ่งมันก้อเปง 6ปีที่ผ่านมาแล้ว... -- ตอนม.ต้น เวลามีกีฬาสี แน่นอนเขาจะเอาเด็กม.ต้นขึ้นสแตนเขาจะเอาพวกเด็กม.ต้นนี่แหละไปขึ้น ให้มานั่งตบ มือร้องเพลงบ้าไรก้อไม่รู้ ตอนม.1ผมก้อขึ้นให้อยู่หรอก แต่พอโตขึ้นแล้ว ม.2-3เริ่มจะมีอาการแข็งยาต่อการขึ้นสแตน 55+ ร้อนจะตายใครจะไปยอมนั่งให้ฟรีๆ ผมไม่ตบมือเลยตอนขึ้นไปนั่งจนพี่สตาฟต้องเอาผมลงจากสแตน เพราะความ แข็งยาของผม อิอิ -- ช่วงม.3ของผมตอนนั้นรู้สึกจะเปงช่วงที่สบายๆมั่กๆ ช่วงกำลังโตและฮอร์โมนกำลังลุกโชน และตอนนั้นผมจำได้ว่า อาจานที่เปงประธานระดับ เช็คทรงผมทุกเช้าเลย ไม่รู้อะไรกันนักหนา ผมไม่เข้าแถวตอนเช้าเลยสักวัน เบื่อหน้าคนเช็คทรงผม ตอนนั้นผมก้อไม่ได้ไปไหนหรอก นั่งอยุ่บ้านเพื่อนคุยกันเล่นๆจนเบื่อแล้วก้อมาเข้าแถว บางวันเพื่อนไม่อยุ่เลยต้องมาเข้าแถวก่อน (แต่ก้อไม่ยอมเข้าแถวตอนเช้าเหมือนเดิม)จะเข้าแถวมาสายแทน ซึ่งเปงช่วงเวลาที่น่าประหลาดใจมาก ไม่เคยเหงที่ไหนมาก่อน เด็กรว.ในช่วงนั้นเข้าแถวมาสายกันประมาณ300กว่าคนได้ ถ้าอยากรุ้ว่าประมาณไหนก้อลองไปยืนดูสแตนโรงเรียน1อันครึ่งดิ คับนั่นแหละ โหย เยอะมากที่สุดที่เคยเหงแล้ว เกือบทุกวันด้วย -- -- ม.3เปงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของชีวิตผมเลย นอกจากจะเริ่มโต เริ่มเกเรบ้างนิดๆ ตอนนั้นยังจำได้ว่า ผมไม่มีเครื่องแบบนร. เลยสักชุด ใส่ชุดเขียวแสด5วันเลย 55+ บางวันก้อไม่ซัก บางวันก้อไม่ใส่เสื้อมา ใส่เสื้อคอกลมกะเสื้อกันหนาวทับเอา วันๆก้อไม่ ได้ทำไรมากมายหรอกคับ นอกจากเรียนเสดปุ๊บไปจองสนามบาสเตะบอลปั๊บ แล้วก้อเตะกันอยุ่นั่นแหละ ทั้งวันเลย บางวันไม่เข้าเรียน โดดมาเตะบอลอยุ่นั่นแหละทั้งวัน หน้าตาหนิยังกะโจรเลย น่ากัวกว่าตอนนี้อีก(ซึ่งตอนนี้มันก้อน่ากัวอยู่แล้ว)และด้วยความที่ผมไม่ มีชุดนร.ใส่ตอนถ่ายรูปห้องตอนม.3 ผมได้ยืมเสื้อไอ้ไก่เบิ้มใส่ ทั้งๆที่กางเกงยังเปงกางเกงเขียวแสดอยุ่เลย อิอิ และหลังจากถ่ายรูปเสด ก้อตามเคย..เตะบอล...และช่วงนี้เปงช่วงที่ติดเกมออนไลน์มากสุดๆของผมด้วย 55+แร็กนาร็อค -- สำหรับผม ผมว่าตอนม.3 ถ้าใครยังนั่งเปงไอ้เด็กเรียนใส่แว่นนั่งอ่านหนังสือคร่ำครึอยู่ได้ มันต้องบ้าไปแล้วแน่เลย ขนาดผมยังไม่ไหว เกเรบ้างนิดหน่อย โดดเรียนก้อมี หนังสือหนิไม่มีอ่านหรอก เครื่องแบบนร.ก้อไม่มี ชุดเขียวแสดนั่นแหละฮอตสุดขีดในช่วงนั้น ผมก้อยาว สุดท้าย มันก้อถังเวลาตอนจบม.ต้นซะที และจากนั้นผมก้อต้องเลือกทางเดินของผมแล้วสิเนี่ย -*- -- และเรื่องราวชีวิตม.ปลายของผมมันได้ถูกกำหนดชะตาด้วยหมึกปากกาแท่งสีเขียวยี่ห้อไรไม่รู้ แต่มันทำให้ผมได้เลือก มาที่สายศิลป์ทั้งๆที่เพื่อนสนิทผม หยก ปาร์ค นุ้ก แบงค์ 4คนนี้มันเลือกลงสายวิทย์กันหมด ซึ่งมีแต่ผม แปลกเหล่ากว่าหมู่ ก่อนหน้านั้นที่จะเลือกเรียนสายศิลป์นี้ ผมได้คิดแล้วคิดอีกว่า เพื่อนผมไปสายวิทย์ หมดทำไมผมถึงไม่ไปตามเขาล่ะ?!ซึ่งบอกได้เลยว่าใจผมตอนนั้นน่ะเทไปทางสายวิทย์ซะ70เปอฯ สายศิลป์20เปอฯและเรียนต่อเทคนิคฯอีก10เปอฯ(เพราะพ่ออยากให้เรียนมากๆ)ผมคิดอยุ่ 2วันได้มั้ง คิดถึงว่าอนาคตเราคงไม่ได้ตามกันไปตลอดหรอก เลยเลือกสายศิลป์ซะ ถึงมันจะแปลกหมู่ หน่อยก้อเถอะ--*เอาวะ..ทำตามสิ่งที่ใจมันร้องขอสักหน่อย... -- เมื่อย้อนเวลาไปเมื่อ3ปีก่อน ตอนที่ผมยังเปงเด็กใหม่ของรว.อยู่ ซึ่งผมไม่ใช่เด็กเรียนเก่งที่ไหนเลย ผมยังจำได้ว่า ผมมาสอบคัดห้อง
แบบเดาๆส่งๆไป เพราะตอนนั้นคิดว่า สายศิลป์ภาษา ยังไงๆก้อต้องอยู่ห้องสุดท้ายเหมือนเดิม สอบไปก้อไร้สาระ ผมก้อไม่ใช่เด็กเก่งมาจากไหน ผมออกจะเกเรด้วยซ้ำเหลวแหลกไปวันๆ ในช่วงม.ต้น ผมกา ข ไข่ ค ควาย ทิ้งดิ่งติดกัน 40กว่าข้อไปส่ง 55+ผ่านเหมือนเดิมคับ ไม่มีปัญหาใรเลย - จากนั้นเมื่อถึงวันมาเรียนวันแรกของม.ปลาย ผมไม่ได้มาโรงเรียนไม่รู้เพราะสาเหตุไรนะคับ ลืมแระ แต่วันที่ 2ผมก้อมาเรียนตามปกติ จำได้ว่าตอนนั้นทรงผมยาวปึ๊กซึกเลย ห้าห้า เข้ามานั่งในห้องเรียน คาบแรก ของม.ปลายของผมคืออังกฤษ ตอนนั้นรู้สึกแปลกๆมากเนื่องจากทั้งห้องเต็มไปด้วยผู้หญิงและเพราะ เข้ามาแล้วรู้จึกแค่เพื่อนเก่าไม่กี่คน มี โบ้ โอ๊ต(เจี๊ยก)แทมมี่และเบนซ์ ประมาณนี้มั้ง หลายคนคิดว่าทำไม ผมในเวลานั้นถึงได้น่ากัว ขรึมๆ พูดคำตอบคำ 55+ ก้อไม่รู้นะ หรืออาจจะเพราะว่าชีวิตนี้ผมไม่เคยมีเพื่อนเปงผู้หญิงเลยสักคน ไปไหนก้อมีแต่เพื่อนผู้ชาย เลยไม่รู้จักว่าจะพูดไรดีมั้งและ ไม่รู้ว่าผู้หญิงเขาจะพูดเรื่องอะไรกัน และด้วยบุคลิกของผมมันเปงแบบนั้นอยู่แล้ว อิอิ แต่ตอนนั้นถ้าผมจะพูดกันกะเพื่อนผู้ชาย รู้สึกมันเปงกันเองมากก่าและดูสนุกดีกว่าด้วย - ม.4จบผ่านไปผมยอมรับเลยว่าตอนนั้น ผมยังปรับตัวเข้ากะห้องไม่ได้เลย แถมยังได้รับเลือกเปง หัวหน้าห้องแทนไอ้โอ๊ตลิงอีก โง่เง่าสิ้นดี บางทีได้รับงานมาผมในตอนนั้นยังไม่กล้าแบ่งงานให้เพื่อนเลย ใจนึงกัวว่า มันจะไม่ถูกต้อง กัวว่าเราจะอธิบายให้เพื่อนฟังยังไม่เปง หรืออาจเพราะผมยังไม่รู้ความหนักเบาระหว่างผู้หญิง กะชายมั้ง ยังงี้แหละเนาะ ในตอนนั้น แป้ง มันก้อเข้ามาคุยกะผม และดูเหมือนจะเปงเพื่อนผู้หญิงคนแรกในชีวิต ผมเลยก้อว่าได้ 55+(ดูยิ่งใหญ่ดีเนาะ)แต่ถึงยังไงนั้นผมก้อรู้สึกว่ายังปรับตัวไม่ได้อีกเหมือนเดิม เริ่มลังเล แต่ไม่คิดจะย้ายสายเลย เพราะผมมาสายศิลป์เพราะใจรักในภาษาอยู่แล้ว - ผมได้เปงหัวหน้าห้องอยู่สักพัก ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะไม่ไหวแล้ว ผมเริ่มรู้สึกว่าคนอย่างผมไม่ใช่สไตล์ที่จะเปงผู้นำใครได้ เพราะผมไม่ชอบเปงผู้นำใคร แต่ชอบที่จะเดินไปพร้อมๆกันมากกว่า ไม่ชอบการบังคับให้ทำโน่นทำนี่ตรงตามคำสั่งทุกครั้ง ผมชอบทำอะไร ที่เปงอิสระ ไม่จำกัดในคำสั่งของใคร ตอนนั้นม.4 ถ้ายังจำกันได้ผมเปงคนทำหน้าที่ทุกอย่างเลย ทั้งประชุมทุกครั้ง เช็ครายคาบ เก็บเงิน วิ่งส่งทะเบียน ฯลฯ ผมเริ่มคิดว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว เวลาจะเช็ครายคาบที ต้องวิ่งไปส่งที่ห้องปกครองทุกวัน จนเริ่มจะอยากฉีกทิ้งซะ บางวันผมโยนทิ้งกองไฟเลย เซ็งมัน สุดท้าย สิ่งที่ผมทำทั้งหมดทั้งสิ้น มันกลับกลายเปงใบประกาศหัวหน้าห้องที่พิมชื่อผมก้อไม่ถูกอีกซะ- ซึ่งมันดูเหมือนกระดาษที่ไร้ค่ามากมาย เมื่อมองดูกับสิ่งที่ผมได้ทำแลกกะมันลงไป - เมื่อถึง ม.5แก่ขึ้นอีกปีแล้วสิเนี่ย ปีนั้นผมเริ่มปล่อยวางทุกสิ่งแล้ว ทุกอย่างที่ผมเคยทำอย่างตั้งใจ ผมไม่กลับทิ้งมันไปเลยซะงั้น การเช็คชื่อต่างๆ ประชุมหัวหน้าทุกครั้ง หรืออะไรก้อตามผมปล่อยมันไปเลย ใครที่คิดว่าตัวเองมีความสามารถมากกว่าผมก้อทำเอาเองซะ เหอๆแหงล่ะ ผมอยากจะเรียนๆ อยากจะเล่นๆบ้างเหมือนกับทุกคน ถือเปงปีที่เละเทะมากสำหรับผม ไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง นอกจากบอกทำ ความเคารพ ซึ่งตอนนี้ผมเริ่มปรับตัวเข้ากะเพื่อนๆได้หน่อยๆนึงแล้ว 55+เริ่มเข้าสังคมกะขะเจ้าแล้ว จากที่ผ่านมาผมปรับตัวเข้ากะห้องนี้ ไม่ได้เลยจนเหมือนจะได้ย้ายสายว่ะ ที่ปรับตัวได้อาจจะเนื่องด้วยตำแหน่งที่สูงส่งเหลือเกิ๊น 55+หรืออะไรก้อได้ ผมเริ่มจะรู้หนักรู้เบาระหว่าง ผู้หญิงกะผู้ชายแล้วนิดๆ ทำให้ผมเริ่มเล่นกะผู้หญิงเปงแล้ว อิอิ -- และปีนี้เองเปงปีที่กลุ่มแห่งขุมนรกเริ่มก่อตัวขึ้น นามว่า กลุ่มFULLกลุ่ม ที่งี่เง่าที่สุดในประวัติศาสตร์สายศิลป์ ไม่รู้กุก่อตั้งมันขึ้นได้ไง ทุเรศสิ้นดี55+ เกือบได้แก้ มผ.เพราะมันนี่แหละ งานทุกงานตั้งแต่ต้นเทอม ยันปลายเทอม ให้กุมาปั่นเย็บแม็กส่งภายในวันเดียว รายงานอะไรก้อไม่มีกะขะเจ้า เขาพากันรายงาน พวกเราวางไว้บนโต๊ะอาจานเลย คะแนน เท่าไหร่ชั่งแม่งมัน เอากุผ่านไว้ก่อน ทั้งกลุ่มทำงานอยุ่แค่ 3คน - เมื่อถึงปีสุดท้าย ม.6 ผมปรับตัวเข้ากะเพื่อนๆในห้องตามแบบฉบับของผมได้แล้วล่ะ ถือว่าผมทำได้ ห้าห้า ทั้งๆที่เกือบได้ย้ายสายจิงๆมั๊ยล่ะ ไปไหนก้อเฮฮา เอ๊กอ๊ากกันได้ตามสไตล์ -หลายคนอาจจะคิดว่าเมิงปรับตัวได้เมิงก้อยังขรึมๆอยู่ว่ะ--ก้อนี่มันเปงบุคลิกของผมอ่ะจะให้เปลี่ยนไป สะดิ้งมันก้อไม่ได้หรอกน่ะ จิงมะ? 55+ สะดิ้งไม่ใช่ว่าจะไม่ดี มันเปงถึงวัฒนธรรมของสายศิลป์ภาษาเชียว แต่ผมทำม่ายได้ 55+ พอมาถึงม.6ผมรู้สึกเบื่อวิชาบางวิชามากมาย(สงวนชื่อวิชาดีก่า)ผมรู้สึกได้เลยว่ามันงี่เง่าไปซะหมด ซึ่งผมว่ามันไร้สาระที่จะเรียนต่อไปได้ เรียนไปก้อไม่รู้เรื่อง หมดอารมณ์ชิบ แต่ผมก้อยังได้เปงหัวหน้าต่อเหมือนเดิม ถ้าใครทนกะระบบไชล์เซ็นเตอร์ของกุไม่ได้ให้มันไปทำเองซะ ใครวิชาแก่กล้าเรื่องงานหัวหน้า อยากทำก่อนผม ทำได้เลยครับ เชิญ..ครับ..อิอิ สุดท้ายมันก้อผ่านไปสำหรับม.ปลาย -- จบซักที จากกันไกลสักพัก แล้วค่อยมาซึ้งกันทีหลังดีก่า --
- สำหรับผมคิดว่าห้องภาษา เปงห้องที่มีความสามัคคีกันดีสุดๆแล้ว บ้าที่สุดก้ออยู่ที่นี่ เละสุดก้ออยู่ที่นี่ แต่ก้อมันส์ดีว่ะ สวนป่าแห่งนี้ มีอดีตที่ดี
ที่ๆเราเคยวางกระเป๋าเพื่อไปกินข้าวตอนเที่ยงหรือว่าทำอะไรทุกอย่างนั้น มันคงคิดถึงพวกเราน่าดูเลยเนอะ ผมยังจำได้ตอนที่ผมกลับจากภาคสนาม รด.เดินมาพร้อมกันกะไอ้เก๋าและบักนที พวกที่อยู่โรงเรียนมันก้อพากันร้องเฮลั่นทั้งห้อง มันทำให้ดูเหมือนว่าผมกลับมาจากสงครามที่ไหนสักแห่ง แต่ก้อดีว่ะ มันแสดงถึงความรักกันระหว่างเพื่อนในห้อง ให้รู้ว่า..ไม่ว่ายังไง เราก้อจะไม่ทิ้งกัน..ช่ายมะ?! ซึ่งห้องไหนๆก้อไม่กล้าทำนอก จากห้องนี้ห้องเดียว และมันคงไม่มีห้องไหนอีกแล้วที่จะทำให้ผู้ชายทุกคนในห้องไปกินข้าวโต๊ะเดียวกันทุกๆเที่ยงได้ คนที่เรียนเก่งก้อแบ่งวิชา ความรู้ให้พวกที่อ่อนกว่าแบบเต็มใจและไม่แข่งกันเรียนเลย ปั่นป่งปั่งแปะ ใครๆเขาก้อเล่น ไม่เล่นสิแปลก ผมก้อเล่น แต่เล่นเอาความมันส์ฮา ไม่ได้เล่นเอาจิงเอาจัง เสียก้อเซาแล้วไปหากวนประสาทไอ้พวกได้ตังค์ดีก่า 555+ ใครที่ไม่เคยสัมผัสของพวกนี้ก้อให้สัมผัสซะ เพราะมันคือ ครั้งหนึ่งในชีวิตเล่นๆไปเหอะ เด่วคุณก้อต้องไปเรียนสูงๆกันแล้ว มันจะไม่มีของพวกนี้ให้เล่นอีก ไม่ใช่ว่าผมสนับสนุนการพนัน แต่ทำเพื่อให้รู้ว่า ครั้งหนึ่งเราเรียนรู้ไอ้ของพวกนี้ไว้ มันก้อไม่เสียหาย ถ้าคุณไม่มีเคยมีประสบการณ์เลวๆแย่ๆ โตขึ้นไปแล้วคุณจะทันคนเขาได้ยังไงกันล่ะ..!? - สำหรับเรื่อง นักศึกษาวิชาทหาร ตอนนี้ผมได้ปลดประจำการแล้วคับ หลังจากที่ทนลำบากมา 3ปี หัวเกรียนตากแดดตากฝน หน้าดำเปงเถ้า เปงถ่านกันมาเยอะมากมาย มีทั้งบริหารร่างกายในท่าลุกนั่งบ้าง ดันพื้นบ้าง วิ่งอ้อมกองประจำการบ้าง ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เคยลำบากมา จนกุได้ เปงสิบเอกแล้วตอนนี้ -- - ผมยังจำได้ตอนสมัคร รด.ใหม่ๆ ตอนนั้นยังเปงเด็กม.4อยู่เลยไม่รู้เรื่อง ยังจำได้ว่า เขาให้ไปนั่งตากแดดกลางสนามแล้วก้อนอนหงายหน้าใส่ ดวงอาทิตย์ แหมๆแดดร้อนชิบหายเลยคับ นอนแล้วก้อหมุนไปมาอยู่อย่างงั้นทั้งวัน เหอๆ ทำอะไรก้อไม่รุ จากนั้นมันก้อให้เริ่มไปเรียนในค่ายทหาร แล้ว ผมยอมรับเลยว่าตอนนั้นงงมาก เพราะตอนแรกคิดว่าการเรียนรด.จะได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนเหมือนพวกลูกเสือ พอไปเรียนอยุ่ค่ายแล้วโคตร เซ็ง นั่งตากแดด1ชั่วโมงกว่าๆ ทุกพุธ มันไม่เหมือนเรียนอยู่โรงเรียนจิงๆคับ อยู่ค่ายทหารนั้น เอะอะอะไรนิดอะไรหน่อยก้อ "ออกกำลังกาย" แมร่ง การออกกำลังกายของมันคือการให้วิ่งรอบกองอำนวยการฝึก 3รอบ ไม่งั้นก้อกอดคอกันลุกนั่ง เปงร้อยๆที ตอนปี1ผมท้อมากมายคับ เริ่มจะ ไม่ไหวแล้วเวลาเรียน เพราะปี1ต้องแบกปืน 3ต่อ4ของจำนวนชั่วโมงฝึก เหนื่อยมากคับ--จนท้อเลย - หลังจากจบปี1ไปความเหน็ดเหนื่อยทุกอย่างมันก้อเสดสิ้น เพราะได้พักตอนช่วงปิดเทอม กลับมาเรียนใหม่อีกที หลังจากได้กระจ่างในการเรียน รด.ไปหนึ่งปี เริ่มจะรู้อะไรมากขึ้น ทุกคาบเรียนพยายามภาวนาให้ฝนมันตกๆซะ จะได้ไม่ต้องมีแดด เพราะเวลาร้อนๆฝึกอะไรก้อไม่มันส์ เหนื่อย ป่าวๆ ตอนนั้นมีข่าวไม่สู้ดีนักว่า นศท.ปี2ทุกคนต้องไปภาคสนาม รด.ทุกคนงี้ โคตรเซ็งเลย ทุกปีมันไม่เคยมี มันดันมามีปีนี้ และก่อนหน้านั้น พวกผมต้องไปสวนสนามอยู่ที่สนามกีฬากลางด้วย เกือบตายคับบอกได้เลย มันเล่นซ้อมเดินตอนเช้า ตอนบ่ายมาเดินจิง จนหมดแรง ภาคสนามหนิ สุดยอดเหนื่อยเลย -- - ปี3ปีสุดท้ายของรด.ปีนี้ผมเริ่มมีกำลังใจมากเปงพิเศษ เพราะมันใกล้จะจบกันสักที บางครั้งพวกผมก้ออิจฉาพวกลูกเสือคับ มันสบายกันจั๊ง เลิกเรียนตอนเที่ยงกลับบ้านนอน เล่นเกม โหย สบายสุดๆ แต่เหมือนยิ่งใกล้จบ ใจมันก้อยิ่งเร่งให้จบ ตอนนั้นคิดว่า แมร่งเอ๊ย จบซักทีเถาะ กุไม่มี เวลาอ่านหนังสือสอบตรงก้อเพราะมันนี่แหละ จะสอบตรงอยู่แล้ว กุต้องมาฝึกไอ้สัปปะรังเคพวกนี้เหรอวะ ยิ่งตอนปิดเทอม เวลาสอบของผมใกล้เข้า มา ยิ่งไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป เพราะตอนปิดเทอมแรก ให้ตายยังไงพวกผมก้อต้องมาฝึกเหมือนเดิม มีทางเดียวคือต้องฝึกรด.ชดเชย ผมเลยเลือก ฝึกชดเชยซะ เพราะไม่มีทางเลือกแล้ว ตอนนั้นใกล้สอบตรงหนังสือยังไม่อ่านเปงรูปเปงร่างเลย การฝึกชดเชยนั้นต้องมาฝึกติดกัน 5วัน โดยไม่มีทาง เลยที่จะได้ซักชุด เหอๆชั่งมันคับ สกปรกแลกกะอิสระตอนปิดเทอมทั้งที ซึ่งผมเกือบเปงลม-- - เมื่อถึงตอนปลดเปงทหารกองหนุน ผมกะไอ้นทีพูดกันแบบมีกำลังใจมาก เฮ้อ เพื่อน จบกันสักทีเว่ย เหนื่อยมามากแล้วเรา นั่นเปงคาบสุดท้าย ที่ผมได้เรียนรด.อยู่ค่ายและแน่นอน ผมไม่มีทางจะเรียนต่อปี4อย่างเด็ดขาด เพราะต้องมีตายแน่ ต้องให้ขาดแคลนเงินเดือนโน่นแหละ ถึงจะไปเปง ว่าที่ร้อยตรี เพราะมันมีเงินเดือนให้ด้วย 55+ - ในที่สุดภาคสนามรด.มันก้อมาถึง พูดถึงไอ้นี่ ใครๆก้อไม่อยากไปทั้งนั้นแหละคับ เหมือนไปรบในสงครามยังไงไม่รู้ เมื่อไปถึงค่ายภาคสนาม ปุ๊บทหารก้อสั่งพวกผมหมอบปั๊บ เหมือนมันถูกล็อกไว้เปงคำสั่งรับน้องใหม่ ผ่านไปคืนแรกโคตรหนาว ผ้าห่มเอาไม่อยู่ ผมต้องใส่หมวกกันหนาวด้วย แต่มันเหมือนไม่ช่วยอะไรเลยคับ หนาวมาก ดินที่นอนงี้แข็งโป๊กเลย.. - เริ่มฝึกฐานแรก ขาก้อหมดแรงแล้ว มันให้เดินไปตามทุ่งนา 20 กิโล ทั้งไปทั้งกลับ กลับมานอนเลยคับ 55+ แค่เดินไปกินข้าวนอกสถาน ที่มันเล่นเดินซะไกลคัก พอถึงด่าน2การโผ ด่านนี้หนักสุดแล้วคับ ต้องกลิ้ง หมอบ คลาน มุด กระแทก แบก ดัน กระโจม สารพัดฯลฯ ที่คนเราทำ ได้ภายในร่างกายที่มันครบ32 ผลหลังจากนั้นคับ สภาพแต่ละคนหนิ โหย..ไอ้นทีกลายเปงถังขยะ ผ้าขนหนูสีเขียวอ่อนโพกหัวของมันกลายเปงสีดำสนิท ไอ้เก๋า สุดยอด ยิ่งดูมันยิ่งเหมือน คนป่าไปเลย มันเอาเสื้อในรด.มัดหัวมัน ปลดกระดุมเสื้อนอก ขากางเกงกะเป้าขาด หน้าดำเหมือนถ่าน สุดจะบรรยายคับ 55+ ผมก้อไม่ต่าง จากไอ้2คนนี้เท่าไหร่..เละ.. พอถึงฐาน3สบายหน่อยคับ นอนอยู่ในรู 3ชั่วโมงกว่า รอข้าศึกโจมตี ห้าห้า ใครจะโจมตีผมไม่สน ขอนอนก่อน พอข้าศึกโจมตีปั๊บ มันบอกให้วิ่งถอยเข้าป่า รด.วิ่งแตกตื่นเข้าป่ากัน มันส์มาก ไปนั่งข้างกองขยะ แมลงวันมันยังเลือกตอมพวกผมมากกว่าอีก-- - ตอนกลับบ้าน กว่าจะปล่อยกลับได้ เกือบตาย ถูกออกกำลังกายนิดหน่อย ไม่รู้อะไรของมัน พอแค่บอกว่า เลิกแถว!!เท่านั้นแหละ ไม่มีใครอยู่ ให้มันดูหน้าเลยคับ วิ่งขึ้นรถกันหมด ทุกคนต่างดีใจทั้งนั้นคับว่า จบซะที ปี3ที่รอมานาน วิ่งไปจับมือกันใหญ่ไม่ว่าโรงเรียนเดียวกันหรือว่าต่าง โรงเรียน ตอนนั้นผมมานั่งคิดดูตอนอยู่บนรถขากลับว่า อืม กุรู้แล้ว รุ่นพี่ปีที่แล้วที่มันจบไป มันรู้สึกแบบนี้เอง... - ก่อนหน้านี้หรือก่อนเข้าค่าย พวกผมติด กึ่งมผ.รด.หรือ (Mp)ที่เขาเรียกกัน วิธีแก้โคตรงี่เง่า ให้ตัดทรงผมนักเรียนไปแก้เท่านั้ แล้วก้อให้ไปกวาดสวนป่า ทุก เช้า เที่ยง เย็น ตอนแรกผมนึกว่ามันจะให้แก้ 40ชั่วโมง โหย..ใจหายเลย ท้อด้วย แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมได้แก้แค่วันเดียวผ่าน 555+ โคตรดีใจเลย แต่ในที่สุดผมก้อผ่านเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตผมมาแล้ว มันคงไม่มีอีกแล้ว ชีวิต หมอบ ลุก วิ่ง คลาน ถ้ามีก้อคงอีกนาน เพราะ กว่ามันจะเรียกไปฝึกที ก้อหลายสิบปีครั้ง เท่าที่ดูแล้วกิจกรรมนี้ มันทำให้ผมมีความแข็งแกร่งขึ้นในตัวจิงๆ แล้วมันก้อทำให้ผมคิดว่า..กุเจอความ ลำบากมาแล้ว ในอนาคตไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว.. --ผมเข้าใจแล้วว่า ลำบากตอนนี้ มันสบายตอนหลัง จริงๆ--
- ก่อนจบม.6 มีงานรับใบประกาศของนักเรียนม.6ขึ้น เปงความโง่ของงานทะเบียนทั้งก๊วน มันทำรายชื่อคนจบการศึกษาตกกันเกือบครึ่งค่อน
โรงเรียน รวมทั้งผมด้วย อุตส่าห์ตัดผมมารับใบประกาศ แต่กลับได้แค่ซองใบประกาศป่าวๆมา1อัน คิดไปคิดมาเสียดายผมคัก ไม่น่าตัดให้เสียรู้เลย และด้วยความที่ผมไม่ชอบหน้าอาจานในห้องนั้นอยู่ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกแค้นโดยชั่ววูบ หลังจากที่ได้ซองใบประกาศป่าวๆ ไม่มีใบจบการศึกษาของผม ผมเลยไปที่ห้องทะเบียน ถามว่าผมไม่จบวิชาไร มันบอกว่า ผมติดคณิตกะวิทย์ 55+ ไปกันใหญ่ ม.6ผมไม่ได้เรียนคณิต เพราะเปงสายศิลป์ วิทย์ผมก้อเกรดออกทุกเทอม ไม่ได้ติดอะไร ผมเลยอารมณ์เสียมาก ผมเลยกดดันยืนยันอยู่นั่นแหละว่าผมจบแล้ว แล้วก้อจบจนได้ มันบอกให้มารับ ใบประกาศจบอีก5วัน -5วันต่อมา ผมก้อมารับตามที่บอก มาแต่เช้าเลย กลัวมันว่าผมยาวโน่นนี่อีก ปรากฏพอมาถึง ผมไปถามเอาใบประกาศของผม ยังไม่ทำให้ผมสักอัน ด้วยอารมณ์ตอนนั้น สับสนคัก บอกให้รอตั้ง5วัน ผมเลยเข้าไปกดดันมันให้ทำ สุดท้าย ก้อต้องทำให้ผมจนได้ จากนั้นผมก้อจัดการเคลียร์หลักฐาน ทุกอย่างของผมแล้วรีบออกมา แทนที่จะจบแบบประทับใจ โหยนี่เล่นแบบวุ่นวายก่อนจบ ผมเลยขับรถออกมา คิดในใจว่า ..จบกันสักที ไอ้งานทะ เบียน ไม่ต้องได้เจอกันอีก ทั้งหมดที่มึงทำกะกุ ทั้ง จดหมาย เก็บรูป รด. จับกุหมอบคาน เฮ้อๆ มันคงไม่มีอีกแล้ว แถมต่อท้ายด้วยคำสบถ อย่างสะ ใจโก๋ แทนที่จะคิดฮอดโรงเรียน กลับมาเสียความรู้สึกกะไอ้วันรับใบประกาศ ... - หลายสิ่งหลายอย่างที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตม.ปลายของพวกเรา ที่เราเคยทำอย่างเคยชินต่างๆ ตื่นนอน ทำภารกิจ ไปโรงเรียน เข้าแถว เคารพ
ธงชาติ เกาะกลุ่มกันอยู่สวนป่า มันคงไม่มีอีกแล้ว มีเพื่อนผมคนนึงเคยบอกว่า ไม่ว่ายังไง เราก้อไปด้วยกันไม่ได้ตลอดหรอก ถึงเราจะผูกพันกันแค่ ไหนก้อตาม แต่ไม่แน่ ในอนาคตข้างหน้า เราอาจได้มาเจอกันตอนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วก้อได้ ซึ่งผมคิดว่ามันเปงสิ่งที่ดีมาก หากซักวัน นึงเราประสบความสำเร็จในชีวิตของเรา แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้ง มันคงจะแปลกน่าดู ถึงเวลานั้นบางที เราอาจจะลืมชื่อใครบางคนไปแล้วก้อได้ 55+ ถึงแม้วันนี้พวกเราจะจากกันแล้ว เราไม่มีกิจที่ต้องทำร่วมกันอีกแล้ว แต่คงไม่มีอะไรลบภาพเพื่อนๆที่เคยอยู่ในความทรงจำที่ดีๆเราได้เลย ถึงเราจะจากกันแต่ในนามนักเรียน แต่เราก้อยังติดต่อกันได้เหมือนเดิมนะคับ 55+ --มีม.ปลาย ก้อเหมือนมีที่ให้เราสัมผัสคำว่า "เพื่อน"-- - ต่อจากนี้ผมคงต้องเดินต่อไปเพื่อความฝันของผมที่เปงจิง ไม่รู้ว่ามีอุปสรรคอะไรอีกบ้างข้างหน้าที่รอผมอยู่ และไม่รู้ว่าผมจะยังมีแรงสู้หรือป่าว
หรือว่าจะล้มลงกลางครัน แต่ความทรงจำทั้งหมดที่ผมมี จะเปงแรงผลักดันชีวิตของผมต่อไป ต่อจากนี้ผมอาจจะติดต่อกับเพื่อนน้อยลง ติดต่อกับใครอื่นๆ น้อยลง แต่ผมไม่ได้ลืมเพื่อนหรอกคับ แต่ผมอยากจะทำชีวิตของผมให้เปงผู้ใหญ่มากขึ้น อยากลองขาดชีวิตที่เคยเปงแบบเดิมๆลองดูว่าจะเปงยังไง แล้วผมก้อไม่รู้ว่าจะได้เล่นเอ็มอีกหรือป่าว แต่คงนานๆครั้งคงจะได้เล่นอีก แต่นี่คงจะเปงปิดเทอมฤดูร้อนท้ายสุดของการเล่นเอ็มของผมแล้วล่ะ..เต็มที่เล้ยยย!! --ท้ายสุดจิงๆแล้ว สำหรับสเปซครั้งนี้-- และสุดท้ายสำหรับคำขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง... - เพื่อนๆกลุ่มกันดั้มของผม ไม่ต้องบอกคงจะตัวเองดี 55+ พวกเมิงบางคนก้ออยู่กะกุมา10กว่าปีแล้วว่ะ เยอะจิงๆ แต่เด่วนี้กุไม่ค่อยไปเล่น เกมกะพวกเมิงหรอก เบื่อๆเกมว่ะ ไม่ค่อยได้เจอพวกเมิงเลย งานกุก้อเยอะ งานเมิงก้อเยอะเนาะ .. - บักช้อป ที่มันจะย้ายบ้าน ช่วงหลังๆไปกะมึงดี๊ดีวะ ไม่มีที่ไป เตะบอล ไปบึง กินเต้าทึง ซำนี้แหละชีวิต ม.ปลาย - กลุ่มแก๊งผม หยก ปาร์ค นุ้กกี้ แบงค์ เพื่อนสนิทตั้งแต่ตอนม.ต้นถึงปัจจุบัน ถึงเด่วนี้จะไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกัน แต่ก้อ..เอาวะ กิจวัตรของพวกเรามัน เริ่มจะทำให้เราหาเวลาว่างไปหาเล่นด้วยกันไม่ได้เลยว่ะ แต่เอาเหอะ สักวันมันต้องมีอีก ว่างๆเด่วเรากลับมารวมกันอีกนะเว่ย 55+ - เพื่อนชั้น ม.6/16ทุกคนๆ ที่ทำให้ผมมีม.ปลายที่สมบูรณ์แบบที่สุด และผมมั่นใจว่า ผมคิดถูกแล้วที่เลือกเรียนสายอังกฤษ-ฝรั่งเศส มันทำ ให้ผมรู้สึกว่า'มันใช่เลย นี่แหละห้องเรียนที่ผมต้องการ'และความสะดิ้ง บ้า หน้าด้าน ของเราทำให้เรารู้ว่า อะไรคือวัฒนธรรมของสายศิลป์ ซึ่งผม คิดว่ามันเปงสิ่งที่ดี ที่แน่ๆล่ะ มันไม่ได้ทำให้ใครเดือนร้อน มันคือความสนุกของเรา และอยากให้รุ่นน้องที่เข้ามาสายนี้สืบต่อสิ่งเหล่านี้ไว้ 55+ - ไอ้โอ๊ต(เจี๊ยก)ว่าจะพูดถึงนานแล้วแต่นึกม่ายออก แต่แน่ล่ะ ในห้อง ผมสนิทกะมัน มันเปงเพื่อนผมมา 14ปี ตั้งแต่อยู่อนุบาล ชื่อก้อชื่อเหมือน กันอีก กุขอบคุณเมิงสำหรับเนื้อย่างของเมิงคราวนั้น และไม่รังเกียจถ้าจะเลี้ยงอีก 55+ ในอนาคตเมิงกะกุต้องตบหัวกันอีกยาวนาน 55+ - เพื่อนชายทั้งหลาย ปิกนิก บอย ปิยะ โบ้ เก๋า แทมมี่ เบนซ์ เจี๊ยก เอ็ม หาได้ยากว่ะที่จะมีผู้ชายห้องไหน จะรวมตัวกันได้ทุกวันอย่างงี้ และมันอาจ จะไม่มีอีกแล้วก้อได้ รวมตัวกันด้วยเรื่องต่างๆมากมาย และทุกวัน - กรมเนื้อย่างเกาหลี ที่พวกผมกะเพื่อนจัดกันขึ้น แต่ก่อนจะเปงกิน1เดือนต่อครั้งแต่เด่วนี้ 5เดือนครั้งมั้ง ถึงมันจะไม่บ่อยเท่าเมื่อก่อน แต่มัน ก้อยังได้กิน ถึงแม้บางครั้งจัดแล้วล่มเลยก้อมี อาจจะเปงเพราะผมทำล่ม ก้อขอโทษไว้ที่นี้เลยแล้วกัน บางทีผมไปซ้อมดนตรีก่อนกิน มันฉุกละหุก มากมาย ผมยอมรับว่าผมผิดก้อแล้วกัน ถ้าหากมีครั้งหน้า จะไม่ทำอีกแล้ว - สวนป่าหน้าอาคาร 2 ที่แห่งความทรงจำทุกอย่าง ที่รวมห้อง วางกระเป๋า ทำการบ้าน หยอกล้อ บูชายันกัน ฯลฯ ถึงแม้มันจะจบไปแล้วในความ เปงจริง แต่ในความทรงจำ มันจะยังอยู่เสมอ ถึงแม้ในเทอมหน้า มันจะเปิดรับสมาชิกใหม่ที่จะมานั่งแทนพวกเรา ยังไงก้อขอให้มันเปงสถานที่รวม ความทรงจำของสมาชิกใหม่ต่อไป.. - ห้องเรียน 3301 เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเรา ห้องที่เราไว้นอน ดูทีวี ฟังเพลง วิ่งไล่กัน อ่านหนังสือ สารพัด ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้เข้า ไปนั่งในห้องนั้นอีกแล้ว แต่ผมก้อจะจำไว้ว่า 'ครั้งนึง ผมเคยนั่งโต๊ะแถวหลังสุด ตัวที่3 นับจากด้านซ้าย ตั้งแต่เข้าม.4มา'หรือที่เราเรียกห้อง นี้ว่า 'ห้องฝรั่งเศส'ของเรา และขอบคุณอ.เกรียงฯ ที่สอนฝรั่งเศสผมคับ - หนังสือ civilisation,fréquance jeune,ชีทเอนทรานซ์ทุกแผ่น และหนังสือทุกเล่มที่ใช้เรียนฝรั่งเศสมา มันมี ความหมายมาก ให้เวลาผ่านไปนานๆแล้วหยิบมาอ่าน จะได้นึกถึงความหลังของเรา ว่าครั้งหนึ่งเราเคยเรียนไอ้พวกนี้เหรอวะ..!? - อดีตวงดนตรีเล็กๆของผมที่ชื่อ'อิงอร'ซึ่งประกอบไปด้วย ผม นที ปิกนิก ซี่งปัจจุบันได้ล่มแล้ว เพราะ2รายหลังไม่สนใจเดินต่อทางดนตรีต่อ
ไป ที่ต้องขอบคุณวงนี้เพราะว่า มันทำให้ผมได้รักที่จะเล่นกีตาร์ต่อไป จากที่เมื่อก่อนเล่นกีตาร์แล้วยังงี่เง่าอยู่ เวลาเล่นอาจจะยังมั่วๆ มันเหมือนเปง แรงบันดาลใจ ทำให้ผมเล่นกีตาร์ได้พอใช้จนถึงทุกวันนี้ แค่ซ้อมสัปดาห์ละครั้ง หลังพวกมันเรียนพิเศษฝรั่งเศสเสดตอนม.4-5..มันเปงช่วง เวลาที่มีความสุขมากมายจิงๆ - วงดนตรีปัจจุบันของผม ซึ่งหลังจากที่วงอิงอรได้ล่มไป ก้อเหลือผมคนเดียวเท่านั้นที่ยังอยากจะเล่นดนตรีต่อไป หลังจากอิงอรล่มได้ไม่นานผม ได้เข้าไปเล่นดนตรีให้กะวงใหม่ ที่ประกอบด้วย ผม เบส ท็อป โฟล์ค ตอนแรกๆยังไม่มีนักร้องนำรายหลังสุด เราก้อซ้อมกันแค่3คน มีแต่ดนตรี55+แต่ก้อรู้ สึกมันส์ดี ตอนแรกอาจจะยังเล่นไม่แน่นเท่าไหร่ ปรับแอมป์กีตาร์ เบส ยังไม่เข้าที่ เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเล่นสไตล์อะไร ตอนนี้ก้อลงตัวแล้ว เริ่มเข้าใจการปรับเสียงต่างๆมากขึ้น ตอนที่ยังไม่มีนักร้องนำ เราก้อได้พยายามเอานักร้องมาทดสอบดูหลายคน กว่าจะลงตัวก้อใช้เวลานานจนได้ ไอ้รายหลังสุดมา 55+ เมื่อวงลงตัว พวกเราก้อเล่นได้อย่างสนุกจิงๆ บางทีเราเล่นเปิดคอนเสิร์ตกันในห้องซ้อมเลย ทำทุกอย่างให้เหมือนกับเล่น คอนเสิร์ตจิงๆ แล้วก้อโดดกันเต็มที่ ซึ่งผมก้อเข้าใจแล้วว่า 'นี่สิ คือดนตรีที่แท้จิง!'ซึ่งไม่จำเปงต้องเก่งมาก ขอแค่คุณรักที่จะปล่อยอารมณ์ไปกับ ดนตรีของเราหรือป่าว นั่นแหละคือดนตรีในใจของเรา สรุปคือว่า 'ถ้าไม่มีอิงอรในวันนั้น ผมก้อคงไม่มีวันนี้' - เบส ท็อป โฟล์ค ที่พยายามเคี่ยวเข็ญ ชวนผมซ้อมดนตรีบ่อยเหลือเกิน บางทีเหนื่อยจนได้นั่งเล่น ซึ่งจุดประสงค์หลักของมันคือ อยากให้เราทั้ง3พัฒนา ฝึมือทางดนตรี ผมรู้ว่า ทั้งสองไม่อยากให้ผมทิ้งดนตรี และผมก้อจะไม่ทิ้งด้วย ถึงบางครั้งผมจะพยายามปฏิเสธการซ้อมบ่อยๆเพราะรู้สึกเหนื่อยจาก การเรียน แต่ไอ้สองคนนี้มันขยันอยากซ้อมกันเหลือเกิน สำหรับผมแล้ว 'ผมไม่อยากก้าวล้ำหน้าไปกว่าใคร แต่ขอเดินไปพร้อมๆกันดีกว่า' และสำหรับผมแล้ว ดนตรีอยู่ที่การรักที่เล่น ไม่ใช่ความทะเยอทะยานโง่ๆที่อยากจะชนะคนอื่น ถึงเราจะไม่ได้ซ้อมด้วยกันอีกบ่อยๆแล้ว แต่ซักวันกุ เชื่อว่า เราต้องกลับมาซ้อมดนตรีด้วยกันอีก กุจะรอเล่นดนตรีกะพวกเมิง กุสัญญา เราจะไม่ลืมกัน ว่าครั้งนึงกุเคยมีวงดนตรีที่เล่นได้เข้าขากะกุที่สุด แล้ว 2ปีที่เราซ้อมกันมา มันทำให้กุรักที่จะเล่นดนตรีมากจิงๆว่ะ ถึงแม้บางครั้งกุต้องปฏิเสธไม่ไปบ้างเพราะเรื่องโน่นนี่ แต่ยังไงกุก้อรักดนตรีมาก เพราะพวกเมิงนี่แหละ ขอให้โชคดีอยู่กะพวกมึง กุรักพวกเมิงนะเว่ย สักวันเราต้องเจอกัน และ สักวันเราต้องเก่งขึ้นแน่นอน..แล้วเจอกัน - มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. สำหรับที่ว่างในคณะนิติศาสตร์ที่ให้ผมได้มีที่เรียนอย่างรวดเร็ว โดยที่ผมอ่านหนังสือสอบเข้าแค่2เล่มเท่านั้น - หอพักที่ชาย11ห้อง206 ในมข.ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ให้ผมและเพื่อนอยู่กินที่นั่นอีก 4 ปีเต็มๆ ถึงแม้ว่ามันจะถูกแสนถูก - ค่ายรด.แห่งความทรงจำ ทั้ง3ชั้นปี ไม่ว่าจะเปงปีไหน มันก้อไม่มีวันหายไปจากความทรงจำของกุเลย มันทำให้กุแข็งแกร่งและกล้าเผชิญหน้า กับปัญหาโดยความคิดที่ว่า มันจะมีอะไรหนักกว่า รด.อีกไหม!? - ระบอบการปกครองของห้อง ม.6/16 ปีการศึกษา2550 ในระบอบ child center หรือระบอบที่นักเรียนเปงศูนย์กลาง ซึ่งใครที่ไม่เหงด้วยกะระบอบนี้ มีความแก่กล้าวิชามากกว่าหัวหน้า สามารถกระทำกิจนั้นได้เลยโดยไม่ต้องสนใจหัวหน้า เพราะยังไงการที่กุจะไป ประชุมหัวหน้า มันขึ้นอยู่ที่อารมณ์ของกุ ถ้ากุอารมณ์ดีสูก้อจะรู้เรื่อง ถ้าเหงกุไม่มีอารมณ์เมื่อไหร่ล่ะก้อ จงรู้ไว้ซะว่าพวกเมิงต้องได้ทำกันเองแทนกุ ถ้าไม่ทำผมก้อไม่แคร์ เพราะว่าผมยังไงก้อได้ แต่พวกคุณน่ะสิ หุหุหุ - กีตาร์ยามาฮ่า กีตาร์ตัวที่สองในชีวิต ที่กุขอพ่อตั้ง6ปี กว่าจะได้ การจะได้ของสักอย่างนึงต้องให้มันลำบากอย่างงี้สิ ถึงจะรักในของสิ่งนั้น - ชุดคณะสีของโรงเรียน ซึ่งกุได้ใส่แค่ปีเดียว ดีแล้วอย่าให้กุต้องใส่อีกต่อไปเลยว่ะ ทุเรศเต็มทน แถมให้ยัดเสื้อเข้าในกางเกงอีก ไอ้ตรงนั้นมันก้อ ไม่ใช่น้อยๆแล้ว ยังจะให้โชว์อีก แทนที่จะให้เอาเสื้อออกมาปิด - เพื่อนๆบางคนที่ผมรู้จักแล้วยังไม่ได้คุยหรือทักอะไร ไม่ว่าจะเปงหญิงหรือชายนะ ความจิงผมไม่ได้หยิ่งคับ แต่ผมเปงคนขี้อาย และส่วนหนึ่งอาจ จะเนื่องมาจากว่าผมไม่เคยมีเพื่อนผู้หญิงมาก่อนในชีวิต ทำให้ผมไม่รู้จักความหนักเบาระหว่างหญิงและชาย อาจจะทำให้ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง มันเกร็งไปหมด 55+ แต่ถ้าเปงเพื่อนผู้ชายผมจะทักก่อนทันทีคับ ถ้าผมคิดว่ารู้จักเขาดีพอ 55+ ใครที่เหงผมก้อสามารถทักกันได้นะคับ ไม่กัด อิอิ - เพื่อนๆทุกๆคนในห้องม.6016 ที่ให้ผมมีความกล้าหน้าด้านขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด และทำให้ผมมีความแข็งยาต่อสิ่งต่างๆรอบข้าง - สำหรับกลุ่มอาลากองปาน ที่เริ่มจะกลับมาสามัคคีกันอีกครั้ง แม้ว่าจะยังไม่ค่อยเปงรูปเปงร่างเท่าไหร่ แต่ผมก้อยังสนับสนุนเต็มที่คับ ไม่อยากให้ เกิดการแบ่งแยกฝ่ายระหว่างฝ่ายเผด็จการและฝ่ายสัมพันธมิตรอีก เราอยู่กันมา3ปีแล้วคับผม ไม่อยากให้มีการผิดใจซึ่งกันแระกัน เรื่องที่ไม่เปง เรื่องในสมัยก่อน ก้อขอให้ตัดทิ้งไป เลิกคิดถึงมันซะ กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิมซึ่งเปงสิ่งที่ดี เราจบกันแล้วอยากให้จากกันด้วยดี ยังไงการมีเพื่อนดีๆ มากๆย่อมเปงสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แค่พวกคุณคนใดคนหนึ่งก้าวออกมาพูดคำว่าขอโทษ ทุกอย่างมันก้อจบแล้วคับ อย่างหยิ่งในศักดิ์ศรีดีกว่า เพราะมันกิน ไม่ได้หรอก อิอิ สุดท้ายนี้ ผมก้อยังหวังว่าพวกคุณคงจะคืนดีกันได้ และเลิกทิ้งระเบิดใส่กันได้แล้ว กลับมาจับมือกันแล้วพัฒนาไปด้วยกันดีกว่าเนาะ อิอิ มันเปงสิ่งเดียวที่ผมต้องการจากห้องเรียนม.ปลายของผมในเวลานี้ แล้วตอนนี้รู้สึกว่ามันจะดีขึ้นแล้วล่ะ เราคงเรียกเปง เมกา กะ รัสเซีย ไม่ได้แล้ว แต่เราต้องเรียกว่า สหพันธรัส แล้ว 55+ - เกมบัดดี้ ที่ช่างคิดเหลือเกิ๊น และเอามาเล่นซะถูกเวลาซะด้วย สนุกดี ซื้อของให้เพื่อน แล้วไม่ต้องบอกว่าใครซื้อให้มัน ให้มันสงสัยอยู่อย่างงั้นแหละ 55+ เราต้องเล่นให้เนียนๆ มันถึงจะเรียกว่าเกม - เพื่อนๆทั่วทุกสารทิศของผม ไม่ว่าจะใครหรือเคยทักหรือไม่ก้อตาม - ของกินอยุ่ร้านศึกษาภัณฑ์ที่อาจจะไม่ได้กินอีกแล้ว มันจะมีค่าก้อตอนนี้แหละ - ห้องน้ำในโรงเรียนรว. ที่เหมือนจะไม่ได้รับฉี่กะอึของผมอีกแล้วล่ะ อิอิ - ความเหลวแหลก เกเรในสมัยม.ต้นของผม ทำให้ผมเจอเพื่อนดีๆมายมาย - ความไร้สาระระหว่างกุกับบักนทีจึ๊ก(แต่ก้อมันส์ดีว่ะ) - ค่ายเลิงนกทา ที่จบสิ้นกันโดยปริยาย หมดสิ้นกันแล้วความเกรียน - mp1 ของรด.ที่ขาดการเข้าแถวเกิน 3ครั้ง - วัฒนธรรมการ ตบหัว กัดหัว กัดหลัง ชินโนะสุเกะ และอื่นๆอีกมากมาย มันทำให้รู้ถึงวัฒนธรรมสายศิลป์ที่ดีงาม - msnที่ผมเล่นมาตั้งแต่ม.3 ตอนนี้ใกล้ได้เวลาเลิกกันสักทีแล้ว - เอ็มบาร์ ร้านบาร์ที่สามารถเปิดได้ทุกชั่วโมงที่อยากไป - พ่อและแม่ผม ที่สนับสนุนผมทุกอย่าง ไม่บังคับในความฝันของผม - เสื้อนักเรียนที่โดนเขียนซะเละ แต่ในเวลานี้ เชื่อไหม?มันดูสวยงามมีราคากว่าตอนที่ซื้อมาใหม่ๆซะอีก - วันปัจฉิมฯครั้งนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่า ยังมีเพื่อนๆอีกมากมายอยุ่ข้างๆผม ซึ่งมันทำให้รู้ว่า เราจะไม่ทิ้งกันเด็ดขาด - แด่..วันเขียวแสด..สุดท้ายของเรา - แด่..ห้องฝรั่งเศส ..ครั้งสุดท้าย - แด่..การถอดรองเท้าหน้าห้องฝรั่งเศส..ครั้งสุดท้าย - แด่..สวนป่าของเรา..ครั้งสุดท้าย - แด่..วันสุดท้าย..ในโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย - แด่..เพื่อนๆ..ครั้งสุดท้ายในตอนนี้ - และแด่..หนทางความฝัน..ครั้งแรก มันเพิ่งเริ่มนับหนึ่งใหม่เท่านั้น ถึงจะพิมซ้ำกันบางอย่าง ก้อขออภัยด้วย เพราะมันใช้เวลาหลายวัน เลยลืมโน่นนี่
ถามว่าผมอายมั๊ยเหรอที่มาพิมให้เขาอ่านอย่างงี้? ไม่อายครับ ผมว่ามันเหมือนได้รีดความทรงจำจากส่วนลึกออกมาคิดอีกที..
ถึงเวลาต้องไปแระ คิดซะว่าจากกันซักแปปนึง ไม่นานคงได้เจอกันใหม่ จากนี้เราคงจะมาเรียนๆเล่นๆแบบตอนนี้ไม่ได้อีกแล้ว ถึงเวลาต้องแข่ง กับตัวเองบ้าง ต้องรู้จักการโตเปงผู้ใหญ่ คิดเอง ทำเอง ไม่มีพ่อแม่มาคอยสอนอีกต่อไป ผมอยากขอให้ คนที่กำลังคิดที่จะเข้าสถาบันดีๆ บางทีอาจจะ สูงส่งเกินกว่าที่ตนเองจะเข้าได้ ผมอยากให้เราประเมินความสามารถของเราด้วย ไม่ใช่เอะอะอะไรก้อจะเข้าแต่ที่ดีๆเกินไปให้ได้ เราต้องรู้จักตัวเอง ว่าเราดีพอหรือไม่ ซึ่งผมว่าเราจะเรียนที่ไหนก้อเรียนได้หมด แต่ขอให้จบออกได้เปงพอ มหาลัยเด่วนี้สิ่งที่ต่างกันโดยแท้จิงคือ ชื่อเสียงที่สร้างมา เท่านั้น จากนี้ผมก้อหมดอะไรจะลาแล้ว ขอให้เพื่อนๆทุกคนโชคดีในชีวิตของตัวเอง เลือกเรียนในคณะที่เราชอบ อย่าให้ใครบังคับ เพราะในที่สุด แล้วเราจะรู้ว่า 'ชีวิตยังไงๆมันก้อเปงของเราเท่านั้น..'และ.... --รักเพื่อนๆทุกคนคับผม-- มีม.ปลาย มันก้อเหมือนมีที่ให้เราสัมผัสคำว่าเพื่อน
และฝันที่เราจะก้าวไป มันเหมือนได้เข้ามาสะกิดเรา และมันเรียกร้องให้เราลืมทุกสิ่งที่เคยผ่านมา แต่เราจะทำให้สิ่งที่เรียกว่าฝันนั้นได้รู้ว่า... อดีตและฝันนั้น จะอยู่ร่วมกันได้ เสมอ... ลาแล้วว่ะ เพื่อนๆทุกคน สักวันเราคงได้พบกันใหม่ อย่าลืมกุเด้อ กุรักพวกเมิงเว่ย Odaoat 7th April 2008 **บทความนี้ไม่ได้มีเจทนาดูหมิ่นบุคคลใดทั้งสิ้น แต่มันเปงความคิดเห็นส่วนตัว และความสะใจส่วนบุคคล**
อัพซะยาวเลย สะใจคัก กุทำได้ไงวะ55+
September 09 เวลาแห่งชีวิตสวัสดีคับ การอัพครั้งนี้ อาจจะเปงการอัพครั้งนี้ อาจจะเปงการอัพสเปซครั้งหลังๆของผมแล้วล่ะ ต่อจากนี้
ชีวิตของผมก้ออาจจะเปลี่ยนไป ไม่รู้ทางลบหรือทางดีล่ะ เหอๆ อาจจะไม่ได้อัพอีกบ่อยๆ ^^ จบสิ้นกันสักทีครับสำหรับการศึกษาม.6 เจ็บช้ำกะมันมามากมาย รำคาญเรื่องงานที่ถาโถมเข้ามาใส่
จะตอบแทนความร้าาากกก เอ๊ย!..ม่ายช่าย.. อยากจะบอกว่า ชีวิตม.6นี่มันช่างยากลำบากแท้ๆ น้องๆม.ต้น อาจจะเหงว่า .."โหย ม.6 สบายคัก เรียนแปปเดียวก้อปิดเทอม" .ผมอยากจะบอกว่า ที่จิงแล้ว มันไม่ใช่อย่างงั้นเลยคับ พี่ต้องทำงานหนักว่าน้องๆหลายเท่าเลยทีเดียว ในการเรียนต่ออุดมศึกษา.. ++ ตอนนี้ผมเริ่มจะมองเหงอนาคตเทอมหน้าแล้วล่ะ ดูจากจำนวนกิจกรรมที่เริ่มจะถาโถมเข้ามาใส่ โหย..
อนาคตผมคงไม่ได้อยุ่ดีกินดีแน่ๆ หนังสือยังไม่อ่านอีกหลายหน้า ตอนนี้ผมเริ่มคิดที่จะแยกออกจากกลุ่มเพื่อนๆ บ้างแล้วล่ะ รู้สึกว่าต้องเตรียมการสอบแล้ว อย่าว่าอย่างโง้นอย่างงี้เลยคับ ...จำเป็นจริงๆ... -- ครั้งนึง ผมเคยพูดกะตัวเองว่า 'ฟ่าวเรียนฟ่าวจบดีกว่ามั้ง หางานทำสร้างเนื้อสร้างตัวกันดีกว่า..'
มันดูเหมือนจะเปงความคิดของเด็กๆเค้าคิดกัน ในเวลาที่ท้อในการเรียน เฮ้ออ... ผมก้อมีวันท้อเหมือนกัน บางวันเหนื่อยแทบขาดใจ อยากกลับบ้านมานอน แต่เพื่อนโทรมาบอกว่าให้ไปทำงาน โน่นนี่ เหอๆ บางทีผมคิด เหมือนกันว่า 'อะไรกันนักหนาวะ คนมีตั้งเยอะ ทำไปก่อนไม่ได้รึไง ' -- ตอนนี้ผมเริ่มจะรู้เกรดมาบ้าง 2-3เกรด ของเทอมแรก ม.6แล้ว วิชาแรก สุขศึกษา ผมได้แค่ 3.5
ก้อแหงล่ะ ข้อสอบน่ะ เล่นออกแต่เรื่องของผู้หญิง ผู้ชายไม่มีไรเลย แต่ก้อดีนะ ชอบเวลาอาจานแกสอน 555+ สนุกสนานดี ผมจำได้เลยว่า ตอนปิดคอร์ส ผมยังไม่รู้เลยว่าเรียนอะไรไปบ้าง ทำรายงานอยุ่กลุ่มไหนก้อยังไม่รู้ เรื่องเลย หุหุ สุดท้ายก้อหากลุ่มเจอจนได้ อิอิ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย --เกรดที่2 ฝรั่งเศสผม 55+ วิชานี้ ได้เกรด4จนได้ วิชาที่ไฝ่ฝันของเด็กสายศิลป์ เพื่อนๆผมหลายคนรอด ตายอย่างหวุดหวิดเมื่อได้เกรด 1- 1.5 พวกมันดีใจอย่างสุดๆ ยังกะพวกไม่ได้ออกมาเจอแสงอาทิตย์มา 8ปี ยังไงอย่างงั้น หุหุ ทำไมพวกมันไม่คิดว่าอยากจะพัฒนาตนเองให้ได้เกรด 4 ซะบ้าง คิดแต่ว่า "ปีนี้กุจะตกไหมน้อ" แค่นั้นเหรอ ยังกะผมเก่งนักงั้นแหละ เหอๆ + ก้อยังดีที่ปีนี้ได้เกรด 4 เทอมที่แล้ว ผมก้อคิดว่าผมสมควรได้เกรด 4นะ แต่ผิดพลาดหลายอย่างมากมาย เช่น โดนหักคะแนนเพราะกระจกแตก 10คะแนน จดคำศัพท์สุดหิน 50 รอบได้ 80คะแนน <ยังไม่หารคะแนน> แต่เพื่อนเค้าพากันท่องศัพท์แทน ได้ 100คะแนน นอกจากนี้ยังมีคะแนนถูกหักจากการทำงานผิดพลาดของผมอีก เรียกว่า ผิดอย่างมหันต์เลยล่ะ... แต่คะแนนปีที่แล้วผมยังได้ 78เลย ทั้งๆที่ผิดพลาดเยอะขนาดนั้น ก้อยังงงอยุ่ จนถึงทุกวันนี้ หุหุ ปีนี้ลุ้นระทึกเหมือนกัน เฮ้ออ เพราะคะแนนเวรประจำวันแท้ๆ ช่วยไว้ .. +++++++++ ++++++++++++++
-- ตอนนี้เพื่อนๆที่สนิทของผม มันเริ่มจะหายๆกันไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะ เพื่อนๆกลุ่มของผม มี ผม หยก ปาร์ค นุ้ก
แบงค์ ++ ทุกคนเหมือนมีหน้าที่ต่างๆต้องทำ หยกมันเรียนพิเศษหลายวิชาจนไม่ได้เจอกันบ่อย เจอกันทีก้อเนื้อย่างรวม โน่นล่ะ ปาร์คก้อไปอีกทาง บักนี่เตะบอลลูกเดียว ซ้อมบอล แหงสิ สีผิวเมิงตากแดดให้ตายกะไม่ดำ 55+ บักนุ้ก มันก้อมี ภาระจองหอติว โครงการมาม่าไรของมันบุ ไอ้นี่หาตัวยากจิงๆ บักแบงค์ ไอ้เจ้านี่ต้องดูแลน้อง แล้วต้องทำงานคณะกรรมการ นร.ไม่ค่อยได้เจอกะมันหรอก นานๆทีจะเข้าไปหามันที่ห้องกรรมการนร.ไม่ใช่ไรหรอก ที่นั่นมีแอร์ อิอิ นอกจากนี้เพื่อนๆสนิทพวกอื่นๆของผมจากที่พวกมันเคยปัญญาอ่อนนั่งเล่นเกมไรของมันบุ เด่วนี้...หันไปเล่นเกมออนไลน์ กันแล้ว เหอๆ ยิ่งแล้วใหญ่ จะว่าไปแล้วมันก้อยังปัญญาอ่อนเหมือนเดิมแหละ -- เสื้อรุ่นกลุ่มของผมตอนนี้ รู้สึกว่า เปอเซนต์การได้เสื้อแทบจะเปง 0 เพราะได้คนสั่งทำบักป๊อป มันอยุ่อเมริกาเรียบร้อย ออนเอ็มที
ไม่เคยตอบ กดสั่นหน้าจอแทบตาย มันก้อไม่ตอบ ไร้สาระมาก หุหุ แต่ก้อดีใจกะมัน ที่มันหาแฟนได้สักที ก๊ากๆ กุว่าสิม่อแล้ว สาด แม่ง ก้อเมิงเล่นไม่ส่งข่าวไรมาเลยนี่หว่า อิอิ ไม่หรอกเพื่อน กุไม่คิดงั้นหรอก เมิงก้อรู้นิสัยกุดี -- ยังไงก้อไปดีนะเมิง ++ ผมมีความทรงจำดีๆหลายอย่างในช่วงม.ปลาย ช่วงที่ผมชอบมากที่สุดคือ แข่งฟุตซอลม.5 มันเหมือนห้องผมมีความสามัคคีกัน
มากมาย ทั้งๆที่ห้องผมเปงตัวเต็งในการตกรอบแรก ถูกการพูดจาข่มเหง ว่า "จะแพ้กี่ลูกดี หรือ อ่อนให้เอามะ"อะไรประมาณนี้ แต่ก้อ ไม่เคยคิดท้อ และในที่สุดก้อสู้ จนได้ที่ 4 แจ่มมากมาย เกินกว่าที่เราคาดไว้มาก ตอนแรกนึกว่า ของชนะสักนัดก้อพอแล้วล่ะว้า เพราะ ดูจากขุมกำลังนักฟุตบอลหนิ ไม่มีทางสู้เขาได้เลย ตัวก้อเล็กๆ แต่คำว่า ความพยายามอยุ่ที่ไหน ความสำเร็จอยุ่ที่นั่น ก้อยังใช้ได้อยุ่ดีแหละวะ ...และที่สำคัญ... ++++++++++++++++++ ผมยังมีเพื่อนๆอีกมากมายที่อยุ่ข้างๆผม ++++++++++++++++++++++++++++ [ อัพครั้งนี้อาจจะยาวไปจนถึงจบม.6 เทอม2 แล้วผมจะมาอัพครั้งนั้นเปงครั้งสุดท้าย]
>>>สุดท้าย<<< ^ ขอขอบคุณ...^ - เพื่อนๆชั้น 6016ทุกๆคน ไม่ขอเจาะจงคนไหน เอาเปงว่ารวมๆกันหมดเลยดีกว่า ที่ฝ่าฟันอุปสรรคการเรียนมากกับผมจนถึงทุกวันนี้
ถึงแม้ว่าเวลาไหนกุจะงี่เง่ากะซาง - เพื่อนๆกลุ่มแก๊งกันดั้มของผม <คิดเองนะชื่อกลุ่มนี้> ประกอบด้วย เก่ง ช้อป นนท์ ไก่(เบิ้ม) ป๊อป แก๊ง ป่าน และอื่นๆอีกมายมาย บางคน เปงเพื่อนกันตั้งแต่ ป.3 และจะเปงเพื่อนแท้ตลอดปายย.. กุรักพวกมึง โอเค๊ ? - กลุ่มแก๊งของผม มี ผม หยก ปาร์ค นุ้ก แบงค์ (ถึงหลังๆจะไม่ค่อยได้อยุ่พร้อมๆกันเท่าไหร่)ที่อยุ่ด้วยกันมานานมากมาย ช่วยกันฝ่าฟันการเรียนช่วง ม.ต้นจนสำเร็จ โดยเฉพาะ ช่วง มารุต เปงประธานระดับ ตอนนั้น เราโดดเข้าแถวตอนเช้า มุดสะพานพุทธหนีออกนอกโรงเรียน ปีนกำแพงออกไปเล่น เกมข้างนอก ทำบาบีคิวบ้านบักนุ้กไปขายวันเขียวแสดและทำงานอ.ประภาส ยังจำกันได้ไหม อิอิ ยืมกีตาร์บักหยกยังไม่คืน รับ-ส่งบักแบงค์ตอนเตะ บอลช่วงปิดเทอมเพราะมีแค่กุกะเมิงที่อยุ่ร้อยเอ็ดตอนนั้น นอกนั้นเรียนพิเศษ และได้เปงเพื่อนกะแฟนแมนยูฯเหมือนกันอย่างบักปาร์ค-*- กุ หยก ปาร์ค นุ้ก ไปช่วยงานแม่แบงค์จนเหมือนเปงส่วนหนึ่งของชีวิตกุ ไม่ได้ไปแล้วมันเหมือนขาดไรไปสักอย่าง 55+ เว่อไปป่าววะ แต่บางที พวกเมิง4คน ไปไหนแล้ว กุมักไม่ชอบไปด้วย เช่น ตีแบดฯ กินนม อะไรพวกนี้ อย่าว่ากุเลยนะเว่ย 55 กุไม่ชอบตีแบด เพราะกุตีไม่เก่งเท่าพวกเมิง 55+ เอาเปงว่า >>ทั้งหมดทั้งมวลที่กุกล่าวมาเนี่ย มันมาจากความรู้สึกของกุเอง กุอัพสเปซไม่เคยตั๋ว หุหุ สรุปก้อคือ กุรักพวกเมิง นะว้อย<< จบไปเรียนต่อไหน ก้อขอให้สำเร็จแล้วกัน - เพื่อนๆต่างห้องทั้งหลาย กุจำไม่ได้ว่าใครบ้าง เยอะเหลือเกิน 55+ - กลุ่มฟูล(Full)ที่โง่เง่าทั้งหลาย และจะขอขอบคุณอย่างสูงที่มันจะไม่เกิดขึ้นอีกก กูเข็ดแล้วจ้าาาา - แด่ช่วงเวลาทั้งดีและเศร้าของกุและเพื่อน ทำให้ได้รู้จักกะเพื่อนดีๆ - แด่ลูกบอลกระดาษที่บักช้อปทำขึ้นมาเพื่อเล่นหลบลูกป.3 เปงศูนย์รวมความทรงจำของกุ - แด่ความสนุกกะหลบลูก จนกางเกงเป้าขาดจนกุต้องเอากระเป๋าบังแล้วเดินกลับบ้าน - แด่อาคารชั่วคราว ของรร.อนุบาล ที่โดนทุบเรียบร้อย - แด่นมตราคันทรี่ เฟรช ที่กุกินตอนประถม - แด่ สิ่งทั้งหลายในโลก ที่ผ่านมาทั้งหมด - แด่ความทรงจำทั้งหลายทั้งมวลที่ผ่านมาและอยุ่ในหัวพวกเมิง จงจำมันไว้และจงคิดซะว่า... ...ความหลังยังคงหอมหวลอยู่เสมอ ... ...แต่อย่าจมปรักกะมัน...
...แต่จงใช้มันผลักดันชีวิตของเราจะดีกว่า... ...แม้ว่าวันหนึ่งเราต้องล้ม...
...แต่เพื่อนจะอยู่ข้างเราเสมอ... ++ ตอนนี้ใครจะทำไรก้อขอให้ประสบความสำเร็จนะว้อยย จงเชื่อว่าเราจะยิ่งใหญ่เสมอ ++ (ปล.เปงไงล่ะ ยาวสมใจไหม อิอิ) |
|
|||
|
|